22 พฤษภาคม, 2555, 07:41:14 am *
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
6560 กระทู้ ใน 4140 หัวข้อ โดย 885 สมาชิก. สมาชิกล่าสุด: สุดหล่อ
กระทู้ล่าสุด: "" ( )
ดูกระทู้ล่าสุดบนฟอรั่ม
 
อาร์เซน่อล เชลซี ดูบอลออนไลน์ ลิเวอร์พูล ผู้หญิง ตลก

เรื่องตลก | เรื่องผู้หญิง | มิวสิควิดีโอ | เกมส์ | เกมส์ | โหลดคลิปฟรี | เพลงใหม่ | เครื่องสำอาง | ประกันภัยรถยนต์ | เกมส์ | เว็บประกาศฟรี
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
แบ่งปันหัวข้อนี้ใน Facebook
ผู้เขียน หัวข้อ: ออฟฟิศซินโดรม ภัยเงียบสาวทำงาน  (อ่าน 453 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
installict
จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ที่มี
Admin
ด็อกเตอร์
*****

ความดี 639

ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7582
สมาชิก ID: 1

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 70 : Exp 94%

HP: 0.4%



ดูรายละเอียด เว็บไซต์

« เมื่อ: 21 มีนาคม, 2554, 05:40:39 pm »

Permalink : ออฟฟิศซินโดรม ภัยเงียบสาวทำงาน


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไปทำงานก่อนสัมผัสแดดเช้าและกลับบ้านเมื่อตะวันตกดิน ใช้ชีวิตทั้งวันอยู่ในห้องปรับอากาศ ต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน หน้าคอมพิวเตอร์ หรือนั่งในห้องประชุมเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ยืดเส้นยืดสาย คุณมีความเสี่ยงสูงต่อโรคออฟฟิศซินโดรม ที่มักมีอาการเหล่านี้

ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ ปวดข้อมือและข้อนิ้วมือ หมอนรองกระดูกเคลื่อน

ปวดตา เคืองตา คันตา ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง น้ำตาไหล ตากระตุก

ปวดศีรษะ สมองตื้อ มึนงง


บมจ.ฟรีสแลนด์ ฟู้ดส์ โฟร์โมสต์ จำกัด มีเคล็ดลับสำหรับสาวๆ ออฟฟิศเพื่อป้องกันปัญหาแต่เนิ่นๆ

เริ่มที่ 1.นั่งทำงานและใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัย นั่งหลังตรง หลังแนบติดเก้าอี้ ลำตัวเป็นมุมฉากกับขาช่วงบน ขาช่วงบนเป็นมุมฉากกับขาช่วงล่าง เท้าทั้งสองวางแนบกับพื้นพอดี

จอคอมพิวเตอร์ควรอยู่ระดับสายตาพอดี มือ แขนช่วงล่าง และคีย์บอร์ดอยู่บนแนวระนาบเดียวกัน ปล่อยไหล่เป็นธรรมชาติขณะพิมพ์งาน

ระยะห่างสายตาและหน้าจอประมาณ 2 ฟุต ปรับความสว่างหน้าจอให้เท่ากับความสว่างจากภายนอก อย่าให้มีแสงจ้าเข้าทางด้านหลังผู้ใช้งาน และอย่าลืมพักสายตาบ่อยๆ


2.ไม่นั่งไขว่ห้าง กอดอก หลังค่อม 3.ไม่ยืนลงน้ำหนักบนขาข้างเดียว หรือยืนแอ่นพุง หลังค่อม 4.ไม่นอนขดตัวหรือนอนตะแคงนานๆ โดยไม่มีหมอนข้างช่วย 5.ไม่ใส่ส้นสูงเกินนิ้วครึ่ง 6.ไม่สะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว หรือหิ้วของหนักด้วยนิ้วบ่อยๆ 7.ไม่เล่นเกม หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป ไม่อยู่กลางแดดจ้า หรือที่มีฝุ่นลมมากเกินไป 8.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 9.พักและบริหารสายตาด้วยการกะพริบตาถี่ๆ 10 ครั้ง ทุก 30 นาทีที่ใช้คอมพิวเตอร์ ยืดเส้นยืดสายเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ หยุดคิดหยุดเครียดด้วยการตามลม
หายใจเพื่อพักสมองเป็นช่วงๆ 10.กินอาหารหลัก 5 หมู่ที่หลากหลายครบถ้วน และบอกลาอาหารขยะ

นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับพิทักษ์กระดูกมาฝากสาวๆ กันด้วย คือ ดื่มนมที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูงเป็นประจำ หรือ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาตัวเล็ก งา ใบยอ ยอดแค

ลดโปรตีนจากสัตว์ อาหารเค็ม-หวาน กาแฟ-เครื่องดื่มกาเฟอีน ออกกำลังกายวันละประมาณ 30 นาที สัมผัสแดดช่วงเช้า (08.30-10.30 น.) วันละประมาณ 20 นาที เพื่อให้ร่างกายได้สังเคราะห์วิตามิน D เพื่อช่วยในการดูดซึมแคลเซียม

เพื่อความแข็งแรงของกระดูกแบบองค์รวม ควรออกกำลังกายด้วยการเคลื่อนไหวกระดูกสันหลังให้ครบ 4 ทิศทาง คือ ก้ม-แอ่น-เอียง-บิด ด้วยท่าโยคะแบบง่ายๆ วันละอย่างน้อย 30 นาที

คอมพิวเตอร์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ฝุ่น ควัน แสงแดด เครื่องปรับอากาศในสำนัก งาน ล้วนเป็นตัวการทำลาย "ดวงตา" หน้าต่างมองโลกของคุณให้แห้ง พร่ามัว และมืดมิด สัญญาณเตือนภัยของสายตา จะมีอาการตาแดง ตาพร่า ตามัว ตาเมื่อยล้า ปวดตา มีอาการตาแห้ง เคืองตา ทำให้ต้องกะพริบตาบ่อย ปวดศีรษะ อ่านหนังสือไม่ชัดเมื่ออายุมากขึ้น ควรกินอาหาร 5 หมู่อย่างครบถ้วนหลากหลาย พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย เพื่อป้องกันโรคสายตา

อาจผ่อนคลายดวงตาด้วยตัวเอง ด้วยการนวดคลึงเบาๆ รอบดวงตาและบริหารดวงตาด้วยการกวาดสายตามองเป็นวงกลม 5-6 รอบ ใช้นิ้วแตะที่หัวตาแล้วคลึงเบาๆ แช่ผ้าขนหนูผืนเล็กในน้ำเย็น บิดพอหมาด วางปิดดวงตาทั้งสองข้างนานประมาณ 20 นาทีหรือจนกว่าผ้าจะหายเย็นแล้วเปลี่ยนผ้าเย็นผืนใหม่

อาหารบำรุงสายตา ได้แก่ อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน A วิตามิน E วิตามินซี ลูทีน ซีแซนทีน ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย ดื่มนมที่มีวิตามินเอและลูทีน ผักใบเขียวและผักผลไม้สีเข้มที่มีลูทีนและซีแซนทีน เช่น ปวยเล้ง บร็อกโคลี่ องุ่นแดง หอมแดง มะเขือม่วง ไข่แดง มีลูทีนและซีแซนทีนที่ร่างกายดูดซึมง่าย ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดธัญพืช มีวิตามิน E

สำหรับอาหารที่ช่วยบำรุงสมองให้ปลอดโปร่งแจ่มใส ยับยั้งอาการสมองเสื่อมก่อนวัยอันควร ได้แก่ นมที่มีวิตามินบี 12 และโอเมก้า 3 ผักและผลไม้ที่มีวิตามิน E และวิตามิน C ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม เช่น มะเขือเทศ แครอต ผักขม กะหล่ำปลี บร็อกโคลี่ ไข่ มีสารอาหารโคลีน มีส่วนช่วยในเรื่องการจำ ปลาทะเลและปลาน้ำจืดที่มีโอเมก้า 3 ช่วยให้สมองเจริญเติบโต เส้นใยจากธัญพืช ทำให้ปริมาณน้ำตาลที่เข้าสู่สมองไม่แปรปรวน สมองไม่เหนื่อยล้า

นอกจากอาหารบำรุงสายตาแล้ว การฝึกสมาธิและโยคะยังช่วยให้สมองรู้ตื่นและเบิกบาน อาจหาเกมฝึกสมองทดลองเล่นเป็นประจำ เช่น เกมลับสมอง อักษรไขว้ ซูโดกุ หรือหากิจกรรมแปลกใหม่ที่ท้าทายให้ทำอยู่เสมอ



เครดิต




* view_resizing_images213.jpg (5.06 KB - ดาวน์โหลด 9649 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม, 2554, 05:43:17 pm โดย installict » บันทึกการเข้า

ช่วยสมัครสมาชิกเว็บ และแสดงความคิดเห็นกันบ้างนะครับ บอร์ดจะได้ไม่เงียบเหงา เราจะได้มีกำลังใจในการโพสต์
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

* การอนุญาตของคุณ
คุณ ไม่สามารถ โพสต์หัวข้อใหม่.
คุณ ไม่สามารถ โพสต์ตอบกระทู้.
คุณ ไม่สามารถ โพสต์ไฟล์แนบ.
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขบทความของคุณ.
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML

.
ข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์แห่งนี้ ถูกตั้งโดยสมาชิก ทางเว็บเป็นเพียงผู้ให้บริการเท่านั้น ไฟล์ต่าง ๆ ไม่ได้เก็บไว้บนเว็บแห่งนี้ หากเกิดปัญหาจากการใช้งานทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบในทุก ๆ กรณี ผู้ใช้งานจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีงาม กรุณาแจ้งข้อมูลมาได้ที่ Email : install-ict@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการทันที ขอขอบพระคุณ
เกมส์
seo | รับทำ seo | Powered by SMF | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | ลิเวอร์พูล | แมนยู | อาร์เซน่อล | เชลซี | ดูบอล | ลิ้งค์ดูบอล | ข่าวฟุตบอล


Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ 15 พฤษภาคม, 2555, 03:40:52 am