19 พฤษภาคม, 2555, 12:31:53 am *
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
6541 กระทู้ ใน 4136 หัวข้อ โดย 885 สมาชิก. สมาชิกล่าสุด: สุดหล่อ
กระทู้ล่าสุด: "" ( )
ดูกระทู้ล่าสุดบนฟอรั่ม
 
อาร์เซน่อล เชลซี ดูบอลออนไลน์ ลิเวอร์พูล ผู้หญิง ตลก

เรื่องตลก | เรื่องผู้หญิง | มิวสิควิดีโอ | เกมส์ | เกมส์ | โหลดคลิปฟรี | เพลงใหม่ | เครื่องสำอาง | ประกันภัยรถยนต์ | เกมส์ | เว็บประกาศฟรี
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
แบ่งปันหัวข้อนี้ใน Facebook
ผู้เขียน หัวข้อ: 108 ปัญหาคาใจกับ แบตเตอรี่  (อ่าน 547 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tumcomputer
Admin
มัธยม
*****

ความดี 171

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 183
สมาชิก ID: 2

Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Level 10 : Exp 94%

HP: 1%


ดูรายละเอียด เว็บไซต์

« เมื่อ: 01 มีนาคม, 2553, 06:35:06 pm »

Permalink : 108 ปัญหาคาใจกับ แบตเตอรี่
ก่อนที่จะตอบคำถาม เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจในคำตอบง่ายยิ่งขึ้น จำเป็นจะต้องสร้างพื้นฐาน ในเรื่องข้อมูลของการผลิตแบตเตอรี่ ว่าในปัจจุบันนั้น มีขั้นตอน หรือวิธีการอย่างไรบ้างนะครับ แบตเตอรี่ที่เราใช้กันอยู่นี้ ดังที่เราทราบแล้วว่า มีอยู่ 2 ประเ���ทใหญ่ๆ ด้วยกัน ได้แก่

1. แบตเตอรี่แบบใช้ Cell Nickel metal Hydride (NI - MH) หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า แบตไฮดรายด์ ซึ่งเป็นแบตเตอรี่รุ่นแรกๆ ที่เริ่มมีแบตชาร์จแบบแห้งออกมา แบตไฮดรายด์นี้ มีลักษณะเฉพาะตัว ที่แนะนำนั้นคือ เมื่อต้องการชาร์จไฟเข้า จะต้องชาร์จให้เต็มเสมอ และต้องรอให้ประจุไฟ ที่ค้างอยู่ใน Cell หมดหรือ เกือบจะหมดเสียก่อน จึงจะชาร์จครั้งต่อไปได้ ซึ่งกรณีที่แบต ยังมีประจุไฟฟ้าค้างอยู่ใน Cell แล้วต้องการชาร์จ ไฟเข้าไปใหม่ จำเป็นต้องใช้ แท่นชาร์จที่สามารถคายประจุ (Discharge) ออกจาก Cell แบตก่อนได้ ซึ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นข้อแนะนำ ที่จะสามารถยืดอายุการใช้งานของแบต และไม่ทำให้แบตเกิดปัญหาเก็บไฟไม่อยู่ได้

2. แบตเตอรี่แบบใช้ Cell Lithium Ion (LI - ION) หรือที่เราเรียกกันว่า แบตลิเธียม แบตแบบนี้ ก็จะต่างจากแบบแรก ทั้งเรื่องของรูปแบบการผลิต Cell และ ลักษณะของการนำไปใช้งาน ดังเช่น แบตลิเธียมนี้ เราจะไม่รอให้ประจุไฟใน Cell หมดอย่างสิ้นเชิง แต่จะต้องชาร์จทันทีเมื่อเห็นว่า กำลังไฟที่เหลืออยู่ นั้นเหลือน้อย และเราสามารถชาร์จได้เรื่อยๆ กี่ครั้งก็ได้ โดยไม่จำเป็น ต้องรอให้เต็มก่อน ซึ่งเราพอจะมอง���าพออกแล้วว่า ทั้งสองแบบนั้น แบ่งออกตามลักษณะของ Cell แบตที่นำมาผลิตแบตเตอรี่ นั่นเอง ถ้าเราจะลองมากล่าวอย่างคร่าวๆ ว่า Cell แบตเตอรี่ที่นำมาผลิตนั้น ได้มาอย่างไรกันเสียก่อน ในความเป็นจริงแล้วโรงงานผลิต Cell แบตเตอรี่ในประเทศไทยนั้น ยังไม่มี อันเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ ที่ไม่เอื้ออำนวยในการที่จะผลิตเอง เช่น ในเรื่องของเงินลงทุน ที่ค่อนข้างจะสูงมากๆ ในการตั้งโรงงานผลิต และในการ จัดระบบรักษาความปลอด���ัยในการผลิต เพราะวัตถุดิบที่นำมาผลิต Cell แบตเตอรี่นั้น สามารถระเบิดได้ โดยในปริมาณที่มากนั้น และการทำเรื่อง ขอสร้างโรงงาน ก็ต้องผ่านกระบวนการอนุมัติ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก กว่าจะผ่านขั้นตอนเหล่านี้ได้ บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ในเมืองไทย จึงใช้วิธีสั่งซื้อ Cell แบต และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เข้ามาประกอบเป็นหลัก ซึ่งแหล่ง ที่สั่งซื้อ Cell ในขณะนี้ หลักๆ ก็มาจากญี่ปุ่น หรือ จีน หรือใต้หวัน ดังเช่น แบตไฮดรายด์ ที่มาจากญี่ปุ่น ก็เช่นยี่ห้อที่เรา คุ้นๆ หูกันอยู่ อาทิ Panasonic, Sanyo, Toshiba, Yuasa ฯลฯ ส่วนของจีนหรือใต้หวัน ก็เช่น Acer, ฮัวซิน ฯลฯ ส่วนแบตลิเธียมที่มาจากญี่ปุ่น ก็เช่น A&TB, Toshiba, Moli, Hitashi, Maxell ฯลฯ สวนของจีนก็เช่น BYD, Search, B&K ฯลฯ เป็นต้น และโดยปกติโรงงานผู้ผลิต Cell ในญี่ปุ่น หรือจีนที่มีขนาดใหญ่ และมีชื่อเสียง จะไม่มีการจำหน่าย ให้แก่โรงงานโดยทั่วไปอย่างเสรี การที่จะจำหน่ายให้ โรงงานผู้ผลิตใดๆ จะต้องให้ผู้ผลิต Cell นี้ตรวจสอบกระบวนการผลิตเสียก่อน ว่ามีความปลอด���ัย และกระบวนการผลิตถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย แก่ชื่อเสียงผู้ผลิต Cell แบตเองใน���ายหลัง

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การจะหาแหล่งที่จะได้ Cell มาผลิตจากผู้ผลิตโดยตรงนั้นยากมาก แต่วิธีการที่จะได้ Cell มาง่ายกว่านั้น ก็มีอยู่หลายวิธีเช่นเดียวกัน โดยสามารถอธิบายแยกเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ - การสั่งซื้อ Cell ใหม่ จากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งดังที่กล่าวมาแล้วว่า จะต้องส่งข้อมูลทั้งหมด ให้โรงงานผู้จำหน่ายตรวจสอบ อาทิ มาตรฐานโรงงาน, สเปคของ PCB, ฯลฯ และราคาของ Cell ประเ���ทนี้ก็ราคาสูงตามไปด้วย ทั้งนี้ระดับความเหมาะสม ของราคา ขึ้นอยู่กับความมั่นใจ ในคุณ���าพของผู้ผลิต Cell ที่กล้ารับประกันคุณ���าพให้ด้วย Cell ประเ���ทนี้ จะมีคุณ���าพสูงสุด

- การหาซื้อ Cell แบตเตอรี่มือสอง มาแยกประกอบใหม่ ซึ่งวิธีนี้จะง่ายกว่าแบบแรกมาก วิธีการก็คือ หาซื้อ Cell แบตในสเปค และ ขนาดที่ต้องการ ที่ได้มาจาก อุปกรณ์เก็บไฟฟ้าอื่นๆ ที่มี Cell นี้เป็นส่วนประกอบอยู่ เช่น เคยมีการซื้อดาวเทียมดวงเก่าๆ มาในราคา ถูกๆ เพื่อแกะเอา Cell แบตเตอรี่ที่มีอยู่ จำนวนนับล้านก้อน เพื่อนำมาใช้ต่อ หรือแบตโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าๆ ที่เลิกนิยมแล้ว ก็นำมาแกะ เอา casing ออก แล้วนำ Cell ไปใช้ผลิตต่อ เป็นต้น วิธีการนี้จัดได้ว่า จะได้แบตเตอรี่คุณ���าพต่ำ อย่างแน่นอน... ทั้งในเรื่อง Cell ที่ ผ่านการใช้งานมาแล้ว และ ระยะเวลาที่นานจนทำให้สารเคมีบางตัวนั้นเสื่อมลง

- การหาซื้อ Cell แบตเตอรี่ ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณ���าพ (QC ) ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถทำได้ ถ้าผู้ที่ซื้อไปนั้นมั่นใจว่า Cell ที่ซื้อไปนั้น ก็สามารถใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งสินค้าที่ได้มาย่อม มีคุณ���าพที่ต่ำกว่าปกติแน่นอน ราคาก็จะถูกตามไปด้วย..

- การหาซื้อ Cell ซึ่งเป็น Cell ค้าง Stock เก็บไว้นานมาก ซึ่งโรงงานเหล่านั้นได้ โละขายราคาถูกๆ ออกมาโดยไม่มีการรับประกัน คุณ���าพ ซึ่ง Cell เหล่านี้มักจะเกิดปัญหา มิลลิแอมป์ เริ่มตก แต่อายุการใช้งานก็ยังปกติ เพราะยังไม่เคยถูกชาร์จมาก่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ คุณ���าพของ Cell แบตยี่ห้อนั้นว่า มีคุณ���าพดีมากน้อยเพียงใด

- การหาซื้อจากแหล่งอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวมาข้างต้น ซึ่งสามารถกระทำได้ ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ ระหว่างโรงงาน ผู้ผลิต Cell กับโรงงาน ผู้ผลิตแบตเตอรี่ หรือเช่น โรงงาน A ซื้อ Cell จากโรงงาน B เพื่อนกัน ซึ่งเป็นลูกค้าของผู้ผลิต Cell โดยตรง เป็นต้น

เดี๋ยวนี้แบตเตอร์รี่ของ Notebook ส่วนใหญ่เป็น Li-ion หากใครบอกคุณว่าให้ใช้ให้หมดแล้วค่อยชาร์ตใหม่ แสดงว่านั่นเป็นคนรุ่นเก่าแล้วครับ (Ni-Mh) ซึ่งโดยปกติ Notebook จะสั่งปิดเครื่อง หรือเข้าสู่โหมดสแดนท์บายเองทันทีเมื่อแบตเหลือน้อยตามที่เครื่องกำหนด (ของผมเหลือประมาณ 5% มันก็ปิดแล้ว) ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องอีกเพื่อใช้ให้หมดกิ๊ก ให้ชาร์ตได้เลย และไม่ต้องปิดเครื่องชาร์ตก็ได้ แต่แบตจะเต็มช้ากว่าปิดเครื่องชาร์ต

ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่ใช้ไฟบ้านแล้วถอดแบตออก ก็ไม่มีปัญหาครับ แต่เครื่องท่านอาจจะมีฝุ่นเข้าเครื่องได้เยอะกว่า แนะนำให้เสียบไว้กับเครื่องแล้วชาร์ตให้เต็ม (ใช้ไปด้วยระหว่างชาร์ตก็ได้) เมื่อเต็มก็ถอดปลั๊ก

ไม่ต้องไปกลัวว่าแบตจะเสื่อมเร็วหรอกครับ เพราะถึงคุณไม่เอามาใช้ เจ้าสารเคมีด้านในก็มีอายุการใช้งานของมัน (อย่างน้อยก็ 1 ปีครับ ตามการรับประกันของรุ่น Notebook ที่คุณซื้อ แต่มีบางยี่ห้อรับประกันแค่ 6 เดือน) ถ้าคุณใช้เกินเวลาที่เค้ารับประกันไปแล้วก็ให้ทำใจไว้ได้ว่าช่วงเวลาที่แบตเสื่อมมาถึงแล้ว

คุณอาจจะติดต่อ บ.ตัวแทนที่คุณซื้อ เรื่องขอซื้อแบตใหม่ได้ แต่ถ้าคุณใช้มานานจนตกรุ่น อาจจะต้องไปผ่าแบต ก็ลองศึกษาเพิ่มเติมกันดูนะครับ

หวังว่าคนที่สับสนอยู่ว่าจะชาร์ตยังไงคงจะหายข้องใจกันบ้างนะครับ

อ้างอิง: http://www.vcharkarn.com



ได้รับคำขอบคุณจาก : installict, nintendo


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 เมษายน, 2553, 12:20:51 pm โดย installict » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

* การอนุญาตของคุณ
คุณ ไม่สามารถ โพสต์หัวข้อใหม่.
คุณ ไม่สามารถ โพสต์ตอบกระทู้.
คุณ ไม่สามารถ โพสต์ไฟล์แนบ.
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขบทความของคุณ.
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

แบ่งปันหัวข้อนี้...
BBCode
HTML

.
ข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์แห่งนี้ ถูกตั้งโดยสมาชิก ทางเว็บเป็นเพียงผู้ให้บริการเท่านั้น ไฟล์ต่าง ๆ ไม่ได้เก็บไว้บนเว็บแห่งนี้ หากเกิดปัญหาจากการใช้งานทางเว็บไซต์จะไม่รับผิดชอบในทุก ๆ กรณี ผู้ใช้งานจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง และหากท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีงาม กรุณาแจ้งข้อมูลมาได้ที่ Email : install-ict@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ดำเนินการทันที ขอขอบพระคุณ
เกมส์
seo | รับทำ seo | Powered by SMF | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | ลิเวอร์พูล | แมนยู | อาร์เซน่อล | เชลซี | ดูบอล | ลิ้งค์ดูบอล | ข่าวฟุตบอล


Google มาเยี่ยมเว็บเมื่อ 15 พฤษภาคม, 2555, 04:12:30 pm